
บ้านมั่นคงหนุน 1.44 แสนครัวเรือน ดัน 5 นโยบายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย
ยศชนันเสนอไทยเป็นศูนย์เรียนรู้ที่อยู่อาศัยโดยชุมชน หลังบ้านมั่นคงช่วยกว่า 1.44 แสนครัวเรือน พม.เดินหน้า 5 นโยบาย ตั้งแต่สิทธิที่ดินริมรางถึงสหกรณ์รูปแบบใหม่
KEY
POINTS
- โครงการบ้านมั่นคงได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไปแล้วกว่า 1.44 แสนครัวเรือน ใน 1,637 ชุมชนทั่วประเทศตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
- กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เตรียมขับเคลื่อน 5 นโยบายใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย เช่น บ้านมั่นคงริมราง บ้านมั่นคงชายแดน และการผลักดันสหกรณ์รูปแบบใหม่
- แนวทางการพัฒนาเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ตั้งแต่การออกแบบบ้าน การจัดการที่ดิน และคำนึงถึงแหล่งประกอบอาชีพควบคู่กันไป
โครงการบ้านมั่นคงดำเนินงานมากว่าสองทศวรรษ ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อย 144,467 ครัวเรือน ใน 1,637 ชุมชนทั่วประเทศ
ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมขับเคลื่อน 5 นโยบายด้านที่อยู่อาศัย
ตั้งแต่การเช่าที่ดินระยะยาวของชุมชนริมราง การพัฒนาชุมชนชายแดน ไปจนถึงการผลักดันสหกรณ์รูปแบบใหม่เพื่อรองรับการถือครองที่ดินร่วมกัน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กล่าวระหว่างเปิดเวทีสัมมนานานาชาติและมอบรางวัลต้นแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน หรือ Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า
การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนและแหล่งประกอบอาชีพควบคู่กับการสร้างบ้าน
จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พบว่า หากย้ายประชาชนไปอยู่พื้นที่ใหม่โดยไม่มีอาชีพรองรับ ก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน แม้จะมีบ้านหลังใหม่แล้วก็ตาม
“หัวใจสำคัญของชาวบ้านคือเรื่องของความเป็นชุมชน และแหล่งประกอบอาชีพ” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว
ศ.ดร.ยศชนันระบุว่า แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนเปิดให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ ตั้งแต่การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถาน
การออกแบบบ้านร่วมกับสถาปนิก ไปจนถึงการจัดการสิทธิในที่ดินร่วมกัน โดยเสนอให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการศึกษาและพัฒนาแนวทางดังกล่าว
ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า
จากผลดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง รัฐบาลจะเดินหน้า 5 นโยบายเพื่อขยายการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ประกอบด้วย
บ้านมั่นคงริมราง เร่งรัดการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวระหว่างชุมชนกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสิทธิให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบขนส่งทางราง
บ้านมั่นคงชายแดน เชื่อมการจัดการสิทธิที่ดิน สาธารณูปโภค พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจชายแดน
โดยปี 2570 ตั้งเป้าขยายความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพภาค ครอบคลุม 31 จังหวัดชายแดน
การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม และภัยแล้ง ควบคู่กับการจัดระเบียบแนวลำน้ำสาธารณะและรักษาวิถีชุมชน
บ้านมั่นคงด้านพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
การผลักดันสหกรณ์ประเภทที่ 8 เสนอจัดตั้งสหกรณ์รูปแบบใหม่ให้รองรับกิจกรรมของชุมชนได้หลายด้าน ทั้งการถือครองที่ดินร่วม การบริหารเงินทุน และการพัฒนาเมืองโดยประชาชน
สำหรับเวที Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026
จัดโดย พม. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม 2569 เนื่องในโอกาสวันอยู่อาศัยโลก มีผู้นำชุมชน นักวิชาการ และภาคีจากต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 400 คน
ภายในงานมอบรางวัลให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน 87 โครงการ จาก 13 ประเทศและเขตปกครองในเอเชีย
แบ่งเป็นโครงการในประเทศไทย 52 โครงการ และต่างประเทศกับเขตปกครองอื่น ๆ 35 โครงการ ครอบคลุมการจัดการที่ดิน การเงินชุมชน สวัสดิการสังคม และสิ่งแวดล้อม
โครงการไทยที่ได้รับรางวัลมีทั้งชุมชนเมือง ชุมชนริมคลอง ชุมชนริมราง ชุมชนชนบท และชุมชนชายแดน โดยเวทีดังกล่าวเปิดให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการที่อยู่อาศัยที่ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางด้วยตนเอง







